รวบรวมงานอาสาสมัครของมูลนิธิยุวพัฒน์ ตั้งแต่ปี 2559 – 2561

ตั้งแต่ปลายปี 2559 – 2561 หลายๆ คน คงจะเคยเห็นข่าวประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครอาสาของมูลนิธิยุวพัฒน์ตาม Feed ข่าวใน Facebook หรือ Website ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรับสมัคร

  • อาสาอ่าน…สร้างโอกาสส่งน้องเรียน
  • อาสานักสำรวจและเก็บข้อมูล
  • พี่เลี้ยงอาสา ฟังน้องคุย ชวนน้องคิด
  • อาสาผู้ให้กำลังใจ ผ่านการตอบจดหมายน้อง (กิจกรรม Pen pal Day)

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษาร่วมกัน การมีส่วนร่วมของคนในสังคมถือเป็น “ทุนมนุษย์” ที่ใช้ทักษะความรู้ ความสามารถ ในการสละเวลามาทำงานช่วยเหลือเด็กขาดโอกาส เปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือนักเรียนทุน ในการดูแลประคับประคองเด็กๆ ให้อยู่ในระบบจนจบการศึกษา

อาสาสมัครของมูลนิธิยุวพัฒน์เกิดขึ้นได้อย่างไร

ปัจจุบันในประเทศไทยมีเด็กที่ได้เรียนจนถึง ชั้น ม.6 หรือ ปวช.3 เพียง 68.8% เด็กนักเรียนอีก 31.2% ต้องหลุดจากระบบการศึกษาเพราะความยากจน และขาดการดูแลจากครอบครัวจากการทำงานด้านเยาวชนและสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิยุวพัฒน์พบว่า หากต้องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ การทำงานเพียงคนเดียวยังไม่พอที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้ จึงได้มีโครงการอาสายุวพัฒน์ขึ้น โดยเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการช่วยคลี่คลายปัญหาด้านการศึกษาด้วยการเป็นอาสาสมัครและสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีด้านการศึกษาและโรงเรียน ในการที่จะกระตุ้นและส่งเสริมให้เด็กได้เรียนและอยู่ในระบบจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ รวมถึงการได้รับการปลูกฝังที่ดี มีทางเลือกในอนาคต พร้อมที่จะดูแลตนเอง และครอบครัว

งานอาสายุวพัฒน์ มี 2 รูปแบบ

งานอาสาสมัครแบบต่อเนื่อง

โดยมูลนิธิฯ ได้ร่วมมือกับ “เครือข่ายจิตอาสา” (Volunteer spirit) และ Voluntary Service Overseas (VSO) เพื่อสร้างระบบบริหารการจัดการอาสาสมัครอย่างเป็นระบบและยั่งยืน อาทิ การประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครอาสา การสอบสัมภาษณ์และข้อเขียน การจัดปฐมนิเทศน์เพื่อความเข้าใจในงาน ถอดบทเรียน ฯลฯ โดยมีงานอาสาสมัครที่ผ่านมาและยังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่

  • อาสาอ่าน “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี”
  • อาสานักสำรวจและเก็บข้อมูลโรงเรียน
  • พี่เลี้ยงอาสา ฟังน้องคุย ชวนน้องคิด
งานอาสาสมัครแบบครั้งคราว

องค์กรต่างๆ และบุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครแบบครั้งคราวได้ โดยการทำกิจกรรมในเวลาสั้นๆ เพียงเขียนข้อความส่งมอบกำลังใจและข้อคิดดีๆ ในการใช้ชีวิตและการเรียนผ่านการเขียนจดหมาย โดยมีงานอาสาสมัครที่ผ่านมาและยังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่

  • อาสาตอบจดหมายที่จัดกิจกรรมภายในขององค์กรที่สนใจ
  • เขียนโปสการ์ดในวันสำคัญต่างๆ เพื่อให้กำลังใจนักเรียนทุน
  • กิจกรรม Pen Pal Day อาสาผู้ให้กำลังใจ ผ่านการตอบจดหมายน้อง

ในปัจจุบันงานอาสายุวพัฒน์มี 2 รูปแบบที่กำลังดำเนินงานอยู่

งานอาสาสมัครแบบต่อเนื่อง : พี่เลี้ยงอาสา รับฟัง ชวนคุย ชวนคิด และให้ทักษะกระบวนการในการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง

งานอาสาสมัครแบบครั้งคราว : อาสาตอบจดหมายให้กำลังใจน้อง

งานอาสาสมัครงานที่ 1 : งานอาสาอ่าน สร้างโอกาส ส่งน้องเรียน

ความท้าทายอย่างหนึ่งของมูลนิธิฯ คือการคัดเลือกนักเรียนที่มีความเหมาะสมจะได้รับทุนการศึกษา เพื่อให้ทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ เป็นทุนการศึกษาที่มีคุณค่า ที่มอบแก่นักเรียนขาดโอกาสที่ไม่มีทุนในการเรียนหนังสือ และต้องการทุนจากมูลนิธิฯ อย่างแท้จริง

ปี 2559 มูลนิธิฯ มีเป้าหมายที่จะยกระดับการคัดเลือกนักเรียนทุน จึงดำเนินการสร้างโครงการ “อาสาอ่าน สร้างโอกาส…ส่งน้องเรียน” ขึ้น เพื่อเปิดรับจิตอาสาที่สนใจในประเด็นเด็กขาดโอกาส ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดกรองนักเรียนผู้ขอทุน จากการให้คะแนนเรียงความชีวิตของนักเรียนที่สมัครขอทุน โดยการพิจารณาตามระดับความยากลำบากของสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัว ความมุ่งมั่นอยากเรียนหนังสือ และพฤติกรรมของนักเรียนที่สมัครขอทุน เพื่อคัดกรองเด็กขาดโอกาสที่จะได้รับทุนการศึกษายุวพัฒน์ โดยมีอาสาสมัครที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 24 คน ทำงานร่วมกันประมาณ 1 เดือนในการช่วยคัดกรองใบสมัครโดยการอ่านเรียงความและดูสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียนผู้ขอทุน และให้คะแนนตามเกณฑ์ที่มูลนิธิฯ กำหนด

จากการพูดคุยและสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกของเหล่า “อาสาอ่าน” ที่มาทำงานร่วมกันในครั้งนั้น อาสาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “งานอาสาอ่านทำให้ได้รับ มากกว่าที่ให้ไป ทำให้กลับมามองตัวเองและเริ่มเปลี่ยนแปลงบางอย่าง”

“อยากให้โอกาสน้องให้เขาได้เรียน ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ตั้งใจจะให้ความใส่ใจ ความหวังดีกับเขา แต่ว่าสิ่งที่ได้กลับมาจริงๆ แล้ว เราได้มากกว่าที่เราให้อีก เรากลายเป็นผู้รับ ได้รับข้อมูล ได้รับจิตบริสุทธิ์ของเด็กๆ ถึงแม้ว่าเขาจะยากลำบากแค่ไหน ทุกคนก็เขียนมาว่าเขาพยายาม เหมือนพยายามจะดูแลพ่อแม่ พยายามจะตั้งใจเรียนให้สูงขึ้นมากไปกว่านี้ ได้รับรู้ทัศนคติด้านบวกของเด็กๆ เหล่านี้ ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น”



- คัทลียา องคสิงห (แคท)  อาสาอ่าน รุ่นที่ 1 –

“สังคมมีปัญหาด้านการศึกษา เราได้เห็นรายละเอียดของปัญหา ก็เกิดความรู้สึกอยากจะช่วยเหลือ อยากบอกต่อคนรอบข้างในการมาช่วยเถอะ ช่วยเหลือเด็ก เงินทุนการศึกษาสำคัญมากๆ สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนๆ นึง ได้เลย พอมาอ่านเรื่องราวชีวิตเด็กมากๆ เห็นเด็กๆ ทำงานบ้าน ตื่นเช้ามาถูบ้าน กวาดบ้าน มันกระตุ้นให้เราลุกขึ้นถูกบ้านทุกวันเลย การอ่านเรียงความทำให้พฤติกรรม ความรับชอบของเราเปลี่ยน”

– ชมพูนุท คงสุขธนา (ใหม่)  อาสาอ่าน รุ่นที่ 1 –

“ความคาดหวังแรก คือ ไม่ได้ต้องการอะไรเลย แค่อยากจะทำอะไรสักอย่างที่ทำได้ เพื่อทำให้กับคนอื่นแค่นั้น เราเป็นส่วนเล็กๆ อาจจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น สิ่งที่ได้กลับมามันทำให้รู้สึกดีมากๆ พอทำเสร็จรู้สึกว่าฉันเป็นคนมีค่า ฉันมีประโยชน์กับโลก”



- พนาลักษณ์ ล้ำเลิศ (ผึ้ง) อาสาอ่าน รุ่นที่ 1

***ปัจจุบันงานอาสาอ่าน สร้างโอกาสส่งน้องเรียน มูลนิธิฯ ไม่ได้เปิดรับสมัครแล้ว เนื่องจากมูลนิธิฯ ได้พัฒนาระบบการสมัครขอทุนในช่องทางออนไลน์เข้ามาช่วยคัดกรองใบสมัคร***

งานอาสาสมัครงานที่ 2 : อาสานักสำรวจและเก็บข้อมูลโรงเรียน

มูลนิธิฯ จัดทำโครงการ “อาสานักสำรวจและเก็บข้อมูลโรงเรียน” ขึ้น เพื่อเปิดรับอาสาสมัครที่มีประสบการณ์ในการลงพื้นที่เก็บบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลของโรงเรียน ผ่านการสัมภาษณ์บุคลากรที่เกี่ยวข้องและการสังเกตเพื่อประเมินและคัดเลือกโรงเรียนขาดโอกาสที่ต้องการจะพัฒนาเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน มาเข้าร่วมในโครงการ “ร้อยพลังการศึกษา” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย

การทำงานจะแบ่งทีมเพื่อลงพื้นที่ โดย 1 ทีม มีอาสานักสำรวจ จำนวน 4 คน ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิยุวพัฒน์ ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลโรงเรียนขาดโอกาส โดยการสัมภาษณ์ ผู้อำนวยการ คุณครู และนักเรียน สำรวจและสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมของโรงเรียน พร้อมทั้งบันทึกภาพ ประชุมร่วมกันเป็นทีม และบันทึกข้อมูลลงในระบบการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ประเมินข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ตามหัวข้อที่มูลนิธิฯ กำหนด

เรื่องเล่าจากอาสานักสำรวจและเก็บข้อมูล

งานจิตอาสาด้านการศึกษา ทำให้มองเห็นปัญหาและลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น “บ้านคนที่อยู่ต่างจังหวัดเป็นแบบนี้หรอ”  “ทำไมเขาลำบากแบบนี้” ครั้งแรกที่ได้เห็นภาพความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ห่างไกล ความคิดแรกที่มี คือ เราควรจะเป็นผู้ให้ได้แล้ว เรามีพร้อมกว่าเขา เราควรให้คนที่เขายังขาดแคลน

– วรุณลักษณ์ โชคสัมฤทธิ์ผล (จูน) อาสานักสำรวจ รุ่นที่ 1 –

การมาเป็นอาสาสมัครทำให้มุมมองบางอย่างเราเปลี่ยนไปเรามองเห็นคุณค่าของตัวเองมากๆ ขึ้น เริ่มดูแลตัวเอง ระมัดระวังการใช้ชีวิต เพราะรู้ว่าชีวิตเราสามารถทำอะไรดีๆ เพื่อส่วนรวมได้อีกมากมาย เริ่มเห็นอกเห็นใจคนรอบข้าง มองเห็นตัวเองก่อนผู้อื่นน้อยลง และเห็นคุณค่าของคนอื่นมากขึ้นครับ

– พีรศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ (ธิว) อาสานักสำรวจ รุ่นที่  1 –

เพื่อนๆ ถามว่าเราไปเที่ยวเหรอ พอบอกว่าไม่ได้ไปเที่ยว อธิบายให้เขาฟังเรื่องการลงพื้นที่สำรวจโรงเรียน และทำไปเพื่ออะไร เราใช้วันลาพักร้อนทั้งหมดไปทำอาสา พอเพื่อนถามก็เลยเป็นโอกาสที่ได้เล่าให้คนอื่นฟัง เล่าจากประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อนบอกว่าถ้ามีแบบนี้อีกให้บอกด้วย

– ธัญธร ขจรรุ่งศิลป์ (หมู) อาสานักสำรวจ รุ่นที่  2 –

การลงพื้นที่ของอาสานักสำรวจที่ผ่านมา

***ปัจจุบันงานอาสานักสำรวจและเก็บข้อมูล มูลนิธิฯ ไม่ได้เปิดรับสมัครแล้ว***

งานอาสาสมัครงานที่ 3 : พี่เลี้ยงอาสา ฟังน้องคุย ชวนน้องคิด

นอกจากนักเรียนทุนจะมีฐานะยากจนแล้ว เยาวชนกลุ่มนี้ยังมีสภาพครอบครัวที่เปราะบาง ขาดที่พึ่งทางใจ และขาดผู้ที่จะแนะนำแนวทางในการใช้ชีวิตที่ถูกต้องได้ จากที่น้องโทรศัพท์เข้ามาพูดคุย เขียนจดหมายมาเล่า หรือการลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุน และการสอบถามจากคุณครูที่ดูแลนักเรียนทุน ในทุกๆ ปี จะมีนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน

มูลนิธิฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงเริ่มต้นทำโครงการพี่เลี้ยงอาสาขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 60 โดยร่วมมือกับเครือข่ายจิตอาสา (Volunteer Spirit) เปิดพื้นที่ให้คนในสังคมที่สนใจร่วมเป็นเป็นอาสาสมัคร มารับฟัง ชวนคุย ชวนคิด และให้ทักษะกระบวนการในการใช้ชีวิตที่ถูกต้องกับเด็กขาดโอกาสในโครงการ เพื่อทำให้น้องๆ ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน และเพิ่มอัตราคงอยู่ให้เรียนจนจบชั้น ม.6 และ ปวช.3

โดยรุ่นที่ 1 – 5 มีพี่เลี้ยงอาสาที่ผ่านการคัดเลือกจำนวนทั้งหมด 175 คน โดยการทำงานผ่านการโทรศัพท์เพียงช่องทางเดียว อาสา 1 คน จะพูดคุยกับน้องๆ จำนวน 5 – 8 คน เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อดูแลประคับประคองและให้คำปรึกษากับน้องๆ

แต่เนื่องจากในทุกๆ ปี มูลนิธิฯ มีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมีนักเรียนทุนหลายๆ คน ไม่สะดวกในการพูดคุยทางโทรศัพท์ มูลนิธิฯ จึงปรับวิธีการทำงานของพี่เลี้ยงอาสาในรุ่นต่อมา โดยเพิ่มช่องทางออนไลน์ (กลุ่มปิด Facebook : นักเรียนทุนยุวพัฒน์) ขึ้นในพี่เลี้ยงอาสา รุ่นที่ 6 ซึ่งช่องทางออนไลน์นี้ น้องๆ ชอบ เพราะมีคอนเทนต์ในเรื่องที่ตัวเองสนใจ เช่น สรุปวิชาต่างๆ อาชีพที่อยากเป็น แรงบันดาลใจจากบุคคลอื่นๆ และน้องๆ ก็กลับมาอ่านได้ตลอด นอกจากนี้พี่ๆ อาสาจะสร้างคอนเทนต์ที่ให้น้องๆ มาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ เพื่อให้น้องๆ ได้คิดทบทวนเหตุการณ์นั้นๆ

และระหว่างการทำงานของพี่เลี้ยงอาสา มูลนิธิฯ ได้ทำการสำรวจ โดยการโทรสอบถามและให้น้องทำแบบสอบถาม เพื่อประเมินดูว่าน้องๆ จะได้รับประโยชน์จากโครงการไปมากน้อยเพียงใด โดยมากกว่า 80% น้องชอบที่มีพี่เลี้ยงอาสาโทรมาพูดคุย ให้คำปรึกษา รวมทั้งพูดคุยผ่านแชท Facebook ส่วนใหญ่จะสอบถามเกี่ยวกับการเรียนต่อ และอาชีพต่างๆ ต้องเรียนสายอะไร สอบถามการบ้านก็มีเช่นเดียวกัน

ในปัจจุบันมีพี่เลี้ยงอาสาทั้งหมด 7 รุ่น จำนวน 203 คน โดยพี่เลี้ยงอาสารุ่นที่ 1-6 สามารถดูแลน้องนักเรียนทุนได้จำนวน 2,851 คน แบ่งเป็นผ่านช่องทางออนไลน์ 1,585 คน ผ่านช่องทางโทรศัพท์ 1,266 คน (หมายเหตุ :รุ่นที่ 7 อยู่ในช่วงปฏิบัติงานอาสาอยู่)

ความรู้สึกหลังจากได้ทำงานเป็นพี่เลี้ยงอาสาของเหล่า “พี่เลี้ยงอาสา ฟังน้องคุย ชวนน้องคิด”

“เราได้เรียนรู้ชีวิตของเขา เช่น น้องคนนึงอยากเป็นคอมพิวเตอร์ อยากเป็นนักดนตรีด้วย แนะนำว่าเขาสามารถทำไปได้ 2 อย่าง แต่เขาไม่มีข้อมูล ไม่มีอินเทอร์เนต ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีหนังสือ เขาเอื้อมไม่ถึง สุดท้ายก็ช่วยกันคิดว่าเขาจะเข้าถึงอะไรที่ไหนได้บ้าง…มีน้องผู้ผญิงอีกคนที่ไม่เคยคุยในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงเลย เราคุยกับเขาไปครั้งสองครั้ง และเขาไว้ใจเรา เขาเล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง ทั้งดีและไม่ดี วิธีการเอาตัวรอด เหมือนเปิดมุมมอง เห็นชีวิตเขา เราพยายามช่วยให้เขาเอาชีวิตให้รอดจากตรงนั้นได้”

– อิทธิพล พินิจวิชา (ปุ๊กปู่) พี่เลี้ยงอาสา รุ่นที่ 1 –

“ประทับใจความเข้มแข็งของน้องคนนึง ปิดเทอมไปสอนพิเศษเด็ก เขาชอบทำจิตอาสา เขาสนใจเรื่องเด็กและคนแก่ อยากสร้างบ้านพักคนชรา และดูแลเด็ก เขาเป็นเด็กกำพร้านะแต่ว่าเขามีทัศนคติที่เข้มแข็งมาก ทั้งๆ ที่เขาขาด แต่น้องกลับคิดถึงคนอื่นเสมอ”

– ชุตินาฏ ศรีสุมะ (ผึ้ง) พี่เลี้ยงอาสา รุ่นที่ 1 –

“ความประทับใจที่เรามาทำอาสาพี่เลี้ยง คือ ทุกครั้งที่เราโทรไปหาน้อง แล้วเขาจำเสียงเราได้ บางครั้งโทรศัพท์เราแบตหมด เราใช้เบอร์คนอื่นโทรไป น้องยังจำได้ว่าเป็นเราทำให้ประทับใจ และน้องเขาก็รู้สึกดีฟังจากเสียงของเขาดูสดใสที่ได้คุยกับเรา”

– ภาษณ์ชนก เนระแก (เติ้ล)  พี่เลี้ยงอาสา รุ่นที่ 2 –

“ภูมิใจนะคะที่ได้ทำอาสาพี่เลี้ยง ได้ทำเพื่อเด็กคนนึง ทำให้เขาได้เห็นคุณค่า เขายอมเปิดใจกับเราและเล่าความฝันของเขาให้เราฟัง ทำให้ตัวเราเองรู้สึกมีคุณค่า เรามีคุณค่ากับเขาและเขาก็มีคุณค่ากับเรา เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ ค่ะ”

– ฉัตรชรัญ เทาวงษ์ (ผึ้ง)  พี่เลี้ยงอาสา รุ่นที่ 3 –

สนใจเป็นพี่เลี้ยงอาสา สามารถอ่านรายละเอียดและดูปฏิทินกิจกรรม คลิก!

งานอาสาสมัครงานที่ 4 : อาสาผู้ให้กำลังใจ ผ่านการตอบจดหมายน้อง ในกิจกรรม Pen Pal Day

นอกจากการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์และทางออนไลน์แล้ว น้องๆ นักเรียนทุนจะเขียนจดหมายมาเล่าชีวิตความเป็นอยู่หรือขอคำปรึกษาเรื่องต่างๆ ส่งมาให้มูลนิธิฯ ซึ่งในแต่ละเดือนมีจดหมายจากน้องๆ นักเรียนทุนเข้ามาประมาณ 400 – 500 ฉบับ ซึ่งการตอบกลับน้องๆ ทุกคนให้ครบนั้น ต้องล่าช้าออกไป มูลนิธิฯ เล็งเห็นว่าหากทุกคนในสังคมได้มาทำกิจกรรมที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ ในวันหยุด 1 วัน เพื่อตอบจดหมายน้องๆ คนละ 10 – 15 ฉบับ ในเวลา 2 ชั่วโมง ก็น่าจะเป็นการสร้างความร่วมมือที่ทำได้ง่ายที่สุด และอาสาสมัครไม่ต้องมีทักษะเฉพาะด้าน เพียงแค่อ่านจับใจความได้ ลายมืออ่านง่าย จึงจัดกิจกรรม “Pen Pal Day อาสาผู้ให้กำลังใจ ผ่านการตอบจดหมายน้อง” ขึ้น เพื่อเปิดรับอาสาสมัครมาเขียนจดหมายให้กำลังใจและข้อคิดในการใช้ชีวิต เพื่อให้เด็กเหล่านี้รู้สึกมีที่พึ่งทางใจ มีกำลังใจ และไม่หลุดจากระบบการศึกษากลางคัน และสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

จากกิจกรรม Pen Pal Day อาสาผู้ให้กำลังใจ ผ่านการตอบจดหมายน้อง ครั้งที่ 1-3 ที่ผ่านมา มีอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 82 คน ตอบจดหมายน้องนักเรียนทุนได้ทั้งหมด 961 ฉบับ

สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Pen Pal Day สามารถอ่านรายละเอียดและดูปฏิทินกิจกรรม คลิก!

ความสุขจากการทำงานจิตอาสาเป็นความสุขที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็ยังรู้สึกเป็นสุขใจ ถ้าอยากรู้ว่าความสุขนั้นเป็นอย่างไร ลองทำงานจิตอาสาสักครั้งนะคะ

2019-04-25T10:14:55+00:00 1 กุมภาพันธ์ 2019|งานอาสาสมัคร|