การป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางเพศ

ในปัจจุบันเรามักจะได้เห็นและได้ยินข่าวความรุนแรงและภัยคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นกับเยาวชนมากมาย สะท้อนให้เห็นว่าเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเยาวชน และพบว่าผู้กระทำมักเป็นคนที่มีใกล้ชิดกับเยาวชนและเป็นคนที่ไว้วางใจ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากร่างกายแล้ว ผลต่อภาวะจิตใจของเยาวชนที่ถูกกระทำ ส่งผลให้เกิดภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จะส่งผลต่อมุมมองเรื่องเพศของตัวเอง และโลกภายนอกอีกด้วย

วิธีป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามทางเพศ

ระวังภัยถูกกระทำความรุนแรงทางเพศจากคนใกล้ชิด

ภัยอันตรายสำหรับเยาวชนในยุคปัจจุบันมีอยู่มากมาย ภายใต้สังคมที่มีสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ มีให้ได้เรียนรู้หลากหลาย และเยาวชนมักจะตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกกระทำความรุนแรงทางเพศจากคนใกล้ชิด ทั้งที่เป็นสายเลือดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติ และคนใกล้ชิดที่อยู่ในความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ครูกับลูกศิษย์ รุ่นพี่กับรุ่นน้อง บุคลลเหล่านี้จะใช้อำนาจบังคับให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ด้วย ถึงแม้ไม่มีการทำร้ายร่างกาย แต่เด็กจะต้องถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าและถูกสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครๆ

เพราะอะไรการกระทำความรุนแรงทางเพศจึงเกิดกับเยาวชน

เพราะเยาวชนอยู่ในสถานะที่อ่อนแอและไร้ปากเสียงที่สุด อยู่ในวัยที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรในชีวิตได้เองต้องพึ่งพาผู้ใหญ่ในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงซึ่งมีอำนาจน้อยที่สุดในบ้านจึงมักตกเป็นผู้เสียหายมากกว่าวัยอื่นๆ

อย่าไว้ใจใครง่ายๆ

เมื่อสังคมเปลี่ยนไปจึงไม่ใช่เฉพาะคนแปลกหน้าเท่านั้นที่ไม่ควรไว้ใจ แต่รวมถึงคนในครอบครัวหรือคนรู้จักที่สนิทสนม แต่ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้ายหรือหวาดระแวงแต่คือการรู้จักปกป้องตัวเอง โดยการไม่ไปไหน มาไหน หรืออยู่ตามลำพังกับเพศตรงข้ามสองต่อสอง หมั่นสังเกตคำพูดหรือพฤติกรรมของคนใกล้ชิดมีท่าทีที่จะทำอันตรายต่อตนเองหรือไม่ เช่น ชอบพูดสองแง่สองง่าม ชอบชวนไปไหนมาไหนด้วยกันลำพัง ชอบจ้องมองมาที่เรือนร่าง ชอบแตะเนื้อต้องตัว หากมีคำพูดหรือพฤติกรรมเหล่านี้ น้องๆ เยาวชนต้องรีบเล่าให้ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจหรือมั่นใจว่าบุคคลนั้นจะรับฟังและช่วยเหลือได้เพื่อให้เขารับรู้เร็วที่สุด และควรหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลนั้นตามลำพัง ให้ตระหนักไว้เสมอว่า กว่า 90% เยาวชนถูกกระทำความรุนแรงทางเพศจากคนใกล้ชิด ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ในสังคม

ใช้ “สติ” เพื่อเอาตัวรอด

หากเผชิญสถานการณ์ที่กำลังถูกคุกคามทางเพศ “ห้ามใช้ความรุนแรงแก้ไขสถานการณ์เด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง “สติ” เป็นอาวุธเดียวที่จะช่วยให้เอาตัวรอดได้” สามารถใช้การพูดคุยถ่วงเวลา การตะโกนว่า “ไฟไหม้” เพื่อให้มีคนออกมาช่วยทันที พกนกหวีด สเปรย์พริกไทย มีดพับเล็กๆ เครื่องชอร์ตไฟฟ้า หรือทำท่าทีว่ามีอาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในมือ เพื่อทำให้อีกฝ่ายชะงักหรือเกิดความลังเล เหล่านี้จะเป็นโอกาสให้มีเวลาคิดหาทางออกว่าจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นั้นได้อย่างไร จะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัว

หากตกเป็นผู้เสียหายแล้ว

คงไม่มีใครอยากให้ตัวเองเป็นผู้เสียหาย แต่หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ต้องตั้งสติเพื่อจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นและย้ำกับตัวเองสมอว่า “เรายังมีคุณค่า คุณค่าของเราไม่ได้สูญเสียไปกับเหตุการณ์นี้”

สิ่งที่ต้องทำ

“อย่าอาบน้ำชำระล้างร่างกาย”  และรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งว่าถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ คุณหมอจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมทั้งตรวจดูน้ำอสุจิในช่องคลอดหรือสารคัดหลั่งต่างๆ พร้อมทั้งให้กินยาคุมฉุกเฉินและยาต้านไวรัสเอดส์

เมื่อถึงกระบวนการทางกฎหมาย สามารถไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุ หากไม่สบายใจที่จะคุยกับพนักงานสอบสวนชายสามารถขอคุยกับพนักงานสอบสวนหญิงได้

หน่วยงานที่สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

  • บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
    โทร : 02-929-2301-(10)| 02-929-2222 | 02-566-2707
  • มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี
    โทร : 02-521-9231-(2) หรือสายด่วน 1134
  • มูลนิธิเพื่อนหญิง
    โทร : 02-513-2780 | 02-513-1001
  • มูลนิธิผู้หญิง
    โทร : 02-433-5149 | 02-435-1246
  • ศูนย์ช่วยเหลือเร่งด่วน 24 ชั่วโมง กรมประชาสงเคราะห์
    โทร : สายด่วน 1507 | 1578 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกจังหวัด
    โทร : สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณภาพจาก : https://www.pinterest.com/

2020-07-09T10:10:39+00:00 15 มิถุนายน 2020|บทความทั่วไป|