
![]() |
![]() |
สวัสดีค่ะ หลานๆ ทุกคน
พบกันครั้งแรกบนโลกออนไลต์แห่งนี้ อุ๊ย รู้สึกมูลนิธิยุวพัฒน์จะอินเทรนด์กับเขาแล้วนะเนี่ย ป้าตุ่มก็จะมาพบกับหลานๆ บ่อยขึ้นนอกเหนือจากยุวพัฒน์สาส์นที่เราพบกันเป็นประจำทุก 3 เดือน เจอกันแบบนี้แล้ว ป้าตุ่มมีเรื่องราวมา update หลานๆ ให้เห็นกันจะๆ ไปเลยว่าบรรดานักเรียนทุนของบ้านหลังนี้ เป็นอย่างไรบ้าง เริ่มต้นเรื่องเล่าของคนรุ่นหลังก่อนละกันนะ
@ ตั้งแต่มูลนิธิฯ เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2535 ณ ปัจจุบันก็ปาเข้าไปตั้ง 16 ปี ถ้าเป็นเด็กหญิงป่านนี้ก็โตเป็นสาวแรกรุ่นแล้ว แต่ถ้าเป็นหนุ่มรับรองหัวกระไดบ้านป้าตุ่มไม่แห้งแน่ๆ นับไปนับมาก็เป็นเวลาที่มากโขทีเดียว
นักเรียนทุนรุ่นแรก ป่านนี้อายุอานามก็ประมาณ 29 ปี(แก่กันแล้วนะเนี่ย)
ว่าแต่มีใครรู้จักเด็กชายจตุพงษ์ ช่อสูงเนิน (อ๊อด)
นักเรียนจากจ.ขอนแก่นบ้าง
จากเด็กต่างจังหวัด ได้รับทุนจากมูลนิธิฯ ม.1 - 6 แล้วเข้ามาเรียนต่อกรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้ หลานๆ รู้แล้วจะหนาว “เคยได้ยินอ๊ะปล่าวที่เขาบอกว่า คนจนชอบเล่นหวย คนรวยชอบเล่นหุ้นน่ะ นั่นแหละอาชีพปัจจุบันของเด็กชายจตุพงษ์ แต่ไม่ได้เล่นหุ้นนะ มีตำแหน่งเป็นถึงโบรคเกอร์ (นายหน้าค้าหุ้น) ของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เป็นไงล่ะ อึ้งเลยมั้ย จากเด็กน้อยธรรมดาๆ คนหนึ่ง ตอนนี้เป็นคนดูแลเงินให้ลูกค้าเป็นหลายๆ ล้าน พี่อ๊อดบอกว่ากว่าจะค้นเจอว่าตัวเองชอบและอยากจะทำงานอะไร ก็ต้องใช้เวลาหลายปีเหมือนกัน (แต่มันก็คุ้มใช่ไหมคะพี่อ๊อด) เพราะถ้าได้ทำงานที่ตนเองชอบและถนัด เราก็จะมีความสุขมาก..ป้าก็คิดเหมือนกันกับพี่อ๊อด เพราะป้ามีความสุขทุกครั้งที่ได้ตอบจดหมายของหลานๆ ค่ะ
@ หลานหทัยกาญจน์ ยอดต่อ (หนิง) จาก จ.อุตรดิตถ์ เป็นนักเรียนทุนรุ่น 2 เรียนจบสาขาบัญชี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นนักบัญชีของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พี่หนิงกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องใช้ความพยายาม ความอดทน เพราะการเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่ใช่เรื่องง่าย ในสาขาวิชาบัญชี แต่พี่หนิงก็ก้าวข้ามผ่านมันมาได้ เพราะเหนือสิ่งอื่นใด พี่หนิงบอกว่า อยากมีอนาคตที่ดี อยากให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข และที่สำคัญ มีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงานเกี่ยวกับบัญชี
@ ส่วนหลานฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร(เอ็ดดี้) จาก จ.ชัยภูมิ บ้านเกิด แต่อนาคตมาเติบโตที่เมืองเลย เป็นนักเรียนทุนสายศิลปะ ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น นับตั้งแต่ได้รับรางวัลจากการประกวดนับไม่ถ้วน ได้ไปดูงานถึงสหรัฐอเมริกา ส่วนผลการเรียนนั้น ไม่ต้องพูดถึง เพราะเอ็ดดี้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาโท เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเป็นอาจารย์สอนศิลปะตามที่ตนเองได้หวังไว้ ถ้าหลานๆ คนไหนอยากปูพื้นฐานตนเองก่อนที่จะเรียนต่อด้านศิลปะ ก็ติดต่อพี่เอ็ดดี้ได้นะคะ ผ่านป้าตุ่มเท่านั้นนะ (ไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง) แค่ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะพาหลานๆ ก้าวไปสู่ฝั่งฝันก็เพียงพอแล้วค่ะ...ซึ้งมั้ยล่ะ...
@ จากศิลปิน ข้ามฟากไปวิศวกรหน่อยดีกว่า พี่สมโชค พลงาม จาก จ.หนองบัวลำภู เรียบจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัจจุบันเป็นวิศวกรอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แถวๆ สุขุมวิท พี่สมโชคกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง หลานๆ เชื่อมั้ยว่า พี่สมโชคเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องเสียค่าเทอม ไม่ใช่เพราะเป็นลูกท่านหลานเธอหรอกนะ แต่เป็นเพราะเรียนเก่ง ได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่าทุกเทอม ทางลาดกระบัง เขาออกกฎว่าถ้านักศึกษาคนไหนเรียนได้เกรดตามที่เขากำหนด ก็ไม่ต้องเสียค่าเทอม พี่สมโชคเลยเป็นหนึ่งในนั้น ที่ไม่ต้องเสียค่าเทอมค่ะ (ค่าเทอมเรียนวิศวะก็ไม่ใช่น้อยๆนะ ) นี่แหละสมโชคเหมือนชื่อจริงๆ เลย อุ๊ย ! ไม่ใช่ สมกับที่เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ผลปรากฎออกมาตอนนี้เลยสบาย ได้ข่าวแว่วๆ ว่า ตอนนี้กำลังปลูกสวนยางอยู่ด้วยนะ...ถ้าป้าตุ่มเกษียณเมื่อไหร่ จะไปขอสมัครเป็นคนกรีดยางจะได้ไหมเนี่ย...???
@ หลานซำลา หลีมานัน จาก จ.สตูล หลานคนนี้เคยสมัคร Academy Fantasia มาด้วย แต่ก็ไม่ใช่แนวถนัดของตนเองสักเท่าไหร่ ก็เลยสละสิทธิ์ในรอบ 16 คนสุดท้าย จุดหักเหของชีวิตก็เลยเปลี่ยน หลังจากเรียนจบ เดิมทำงานอยู่กรุงเทพฯ แต่ทำไปทำมาเกิดไม่ชอบความวุ่นวายเมืองหลวงซะงั้น ก็เลยต้องการปลีกวิเวกด้วยการอพยพตนเองกลับภูมิลำเนาเดิม จนบัดนี้ก็ได้ทำงานที่ตนเองชอบและถนัด อ้อ ! หลานซำลาสามารถคว้าปริญญาตรีได้ตั้ง 2 ใบแน่ะ ใบแรกจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ใบที่สองจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ตอนนี้ก็ Happy อยู่ที่บ้านเรียบร้อย และที่สำคัญกำลังเรียนต่อในระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ค่ะ พี่ซำลากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็สาหัสเหมือนกัน แต่หลานๆ เชื่อมั้ยว่า ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ และที่สำคัญพี่ซำลาบอกว่า “สุขไหน ไหน ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา”
@ และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้จากเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่งกลายเป็นนักเขียนมืออาชีพอย่างหลานโกวิท โซวสุวรรณ จากกรุงเทพฯ ซึ่งจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ จากสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เคยทำงานเป็นกองบรรณาธิการหนังสือเกี่ยวกับหุ่นยนต์ของบริษัท ซีเอ็ด บุ๊คส์ เซ็นเตอร์ จำกัด และได้บินลัดฟ้าไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศญี่ปุ่นด้วยแหละ ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นหน่วยงานของ สวทช. สำหรับประสบการณ์ที่ผ่านมา คือ ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับหุ่นยนต์ให้กับสำนักพิมพ์ซีเอ็ดด้วย ได้ข่าวแว่วว่า ตอนนี้หนังสือเล่มที่ 2 ของชีวิตซึ่งเป็นคู่มือเรียน เล่น ใช้งาน สเต็ปมอเตอร์ ของโกวิทกำลังจะวางแผงเร็วๆ นี้ หลานคนไหนอยากอุดหนุนเพื่อนร่วมสถาบัน(ยุวพัฒน์) ก็ร่วมด้วยช่วยกันนะคะ
@ ธัญสิริ แก้วเรือน (จ๋อม) จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร จ๋อมสาวน้อยจากเชียงราย เธอมากรุงเทพฯ พร้อมกับการชักนำของป้าจุ ผู้อำนวยการของเรา จ๋อมเคยทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ต้องนั่งรถเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัจจุบันได้ลาออกจากงาน เพื่อทุ่มเวลาให้กับการเรียนเพียงอย่างเดียว ได้ข่าวว่า ตอนนี้เหลือเพียงภาคปฏิบัติเท่านั้นก็จะเรียนจบโทแล้ว เด็กๆ เห็นไหมคะว่า แม้จะมีอุปสรรค ขวากหนามจะขวางกั้นเพียงใด ก็ไม่สามารถหยุดหัวใจดวงน้อยๆ ที่จะเดินทางตามฝันของตนเองให้สำเร็จได้
@ นี่สาวน้อยมหัศจรรย์ หลานวิภาวดี ชนะชัย (กุ้ง) จาก จ.สุรินทร์ จบคณะบริหารธรุกิจ สาขาการโรงแรม ใช้เวลาเพียง 2 ปีครึ่ง ก็เรียนจบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง นี่แหละป้าถึงตั้งสมญานามให้เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ เคยไปทำงานอยู่รีสอร์ท ที่เกาะสมุย แต่พอทำเข้าจริง กลับไม่ใช่งานที่ตัวเองชอบมากนัก ก็เลยขอปลีกตัวเองขึ้นกรุงเทพฯ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ ในบริษัทเกี่ยวกับพวกเพชร พลอย แห่งหนึ่ง บอกว่า Happy มากๆ หลานๆ เห็นไหมคะว่า บางครั้งก็ช่างไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ถ้าเราจะทำงานในสาขาที่ไม่ตรงกับที่เราได้เล่าเรียนมา...หลานๆว่ามะ และที่สำคัญภาษาอังกฤษของกุ้ง ถือว่าเยี่ยมเลยล่ะ..
@ ส่วนหลานพวงเพชร ถาวรานุรักษ์ (สาว) จาก จ.พัทลุง เรียนจบคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นี่ก็เป็นวิชาหินเหมือนกัน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเรียนเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ แต่ปัจจุบันสาวได้ผันตัวเองไปเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว คือค้าขายของจำพวกกิ๊ฟช็อปอยู่ที่บ้านเกิดของตนเอง และที่สำคัญสาวแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่นไปเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ...
@ พูดไปแล้ว นึกขึ้นได้ยังมีหลานอีกคนที่ยังไม่ได้กล่าวถึง หลานอำภร สุทธเขต จาก จ.น่าน จบทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านยุวพัฒน์สักเท่าไหร่ กว่าหลานอำภร จะมายืนตรงจุดนี้ได้ก็ผ่านอุปสรรคไม่ใช่น้อยเหมือนกัน...แต่เธอก็สามารถข้ามผ่านมันมาได้..
@ ทันตแพทย์คนแรกของบ้านยุวพัฒน์ หลานกำธร อุทธรักษ์ จาก จ.กาฬสินธุ์ จบคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ปัจจุบันเป็นหมอฟันอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอในภูมิลำเนาของตนเอง หลานกำธรบอกว่า ตอนใหม่ๆ เขินมากๆ ที่พอเจอใครเขามักจะทักว่า สวัสดีค่ะคุณหมอ คุณหมอทานข้าวหรือยังคะ (แม้แต่นางพยาบาลสาวสวยก็ไม่เว้น) แต่ตอนนี้ก็ชินเสียแล้ว เห็นแล้วช่างชื่นใจจริงๆ อย่างนี้รับรองพ่อกับแม่ ยิ้มแก้มปริทุกวันเลยที่ฉันมีลูกเป็นหมอฟัน เอาไว้ฟันป้าตุ่มโยกเมื่อไหร่ จะไปใช้บริการหลานหมอนะคะ แต่ว่าไม่รู้งานนี้จะใช้เส้นความเป็นป้าหลานฟรีหรือเปล่าไม่รู้เน๊าะ...
@ แต่สิ่งที่ป้าปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด ที่อดีตนักเรียนทุนทุกคนมักจะบอกว่า “ถ้าวันนั้น ไม่มีมูลนิธิยุวพัฒน์ ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ป่านนี้ชีวิตของพวกเขาก็คงไม่มายืนตรงจุดที่เป็นอยู่เป็นแน่ ผม//หนูขอขอบพระคุณมูลนิธิยุวพัฒน์ และทุกท่านที่คอยให้ความช่วยเหลือพวกผม//หนู ขอบพระคุณครับ//ค่ะ สักวันพวกหนูจะเป็นผู้ให้ เหมือนกับที่หนูเคยได้รับจากท่านครับ//ค่ะ...” เป็นยังไงล่ะ ใครมาได้อ่านก็ต้องซึ้งเหมือนป้าตุ่มแหง..แหง รับรองบ่อน้ำตาแตกยิ่งกว่าสวรรค์เบี่ยงฉากพระเอกร้องไห้เสียอีก...
@ น้องเปิ้ล ปวีณา หลงรักษ์ จาก จ.นครนายก เรียนจบพยาบาล จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันทำงานเป็นนางพยาบาลอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนี้ก็ทำงานเก็บเงิน เห็นบอกว่าช่วงนี้ชีวิตมีความสุขมาก เพราะได้ทำงานที่ตนเองรักและถนัดที่สุด
@ ว่าที่คุณหมออีกคน หลานสุชาวดี เงินโน จาก จ.น่าน ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกเพียงแค่ 3 ปีเอง บ้านยุวพัฒน์ของเราก็จะมีคุณหมอเพิ่มอีก 1 คนค่ะ แหม! พูดถึงสมาชิกบ้านยุวพัฒน์ของเรา น่าจะร่วมกันจัดตั้งสร้างโรงพยาบาลกันนะ เพราะมีทั้งคุณหมอ หมอฟัน พยาบาล (มีเยอะมากๆ) วิศวกร นักออกแบบ นักบริหาร ฝ่ายบริการ ครบทุกอย่าง ขาดอยู่อย่างเดียวคือผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตั้งขึ้นเมื่อไหร่ รับรองป้าตุ่มจะยอมเสียสละอาชีพป้าตุ่มตอบจดหมาย เพื่อไปนั่งแท่นเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล หลานๆ ว่าดีม่ะ..ฮิ..ฮิ..ฮิ..
@ หลานๆ ที่กำลังเรียนอยู่ ก็ขอให้ตั้งใจเรียนกันทุกคนนะคะ เพื่ออนาคตที่ดีของพวกหลานๆ เอง “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ค่ะ”
ป้าตุ่มและทีมงานทุกคนคอยเอาใจช่วยนะคะ โดยเฉพาะหลานๆ ที่ไม่ค่อยจะสนใจเรียนเท่าไหร่ ก็ปรับตัวเสียใหม่นะคะ เพราะหลานได้เห็นตัวอย่างจากรุ่นพี่ที่ป้าเอามาเรียกน้ำจิ้มให้หลานๆ ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะคว้าฝันหรือเดินตามรอยของรุ่นพี่แล้ว อยากจะได้อยากจะเป็นเหมือนใคร หรืออยากดีไซน์อนาคตของตนเองออกมาเป็นแบบไหน ก็ต้องเริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้นะคะ...แล้วป้าตุ่มจะมาพบกับหลานๆ ใหม่ค่ะ อ้อ! ป้าตุ่มมีรูปหนุ่มหล่อ สาวสวยมาฝากกันด้วยนะคะ....สวัสดีค่ะ..


