ทางเลือกหลังเรียนจบ ปวช. (สายอาชีพ)

ทางเลือกหลังเรียนจบ ปวช. (สายอาชีพ) 2018-03-13T15:32:27+00:00

สำหรับน้องๆ สายอาชีพที่กำลังมองหาก้าวต่อไปหลังจบ ปวช. มีทางให้น้องๆ เลือกว่าสิ่งไหนที่เหมาะกับเราค่ะ

เรียนต่อในระดับ ปวส. หรือ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง

เป็นระดับความรู้ที่สูงขึ้นจากการเรียนในระดับ ปวช. การเรียนเน้นความรู้เฉพาะทาง เพิ่มทักษะ ความรู้ ความชำนาญพิเศษมากขึ้น วุฒิการศึกษานี้สามารถนำไปใช้สมัครงาน หรือจะใช้ในการสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรีอีก 2 ปี เพื่อให้ได้วุฒิปริญญาก็ได้เช่นกัน

เรียนต่อในระดับปริญญาตรี

ส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 4 ปี ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนต่อระดับ ปวส. ตรงที่น้องๆ จะต้องเรียนวิชาพื้นฐาน เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ปรัชญา ฯลฯ ในชั้นปีแรก แล้วจึงเน้นการเรียนวิชาเฉพาะทาง โดยการเรียนการสอนจะเน้นความรู้ทางด้านทฤษฎีมากกว่าการลงมือปฏิบัติ

ก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน

วุฒิ ปวช.สามารถนำไปสมัครเข้าทำงานได้ เช่น พนักงานบัญชี/การเงิน ช่างเทคนิคหรือช่างแขนงต่างๆ พนักงานขาย พนักงานต้นรับในโรงแรม แคชเชียร์ พนักงานดูแลคลังสินค้า เป็นต้น และหากอยากจะพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความชำนาญมากขึ้น สามารถเลือกเรียนต่อภายหลังได้เช่นกัน

จบ ปวช. อยากเรียนต่อปริญญาตรี…

ก่อนอื่นน้องๆ ต้องค้นหาความต้องการของตัวเองให้ได้ก่อน ว่าเราอยากทำอาชีพอะไรและอาชีพเหล่านั้นต้องการผู้ที่มีคุณสมบัติอย่างไร สิ่งนี้จะช่วยให้น้องๆ ตัดสินใจเลือกคณะได้เหมาะสมและตรงกับสิ่งที่น้องๆ ต้องการ

ไม่ใช่ทุกคณะในมหาวิทยาลัยที่จะเปิดรับสมัครผู้ที่จบ ปวช.นะคะ วิธีสังเกตง่ายๆ คือ ให้น้องๆ ดูที่คุณสมบัติของผู้สมัครเรียน ต้องระบุว่า ผู้ที่จบการศึกษาชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า ซึ่งส่วนใหญ่คณะที่เกี่ยวข้องกับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น แพทย์ สัตวแพทย์ พยาบาล สาธารณสุข เทคนิคการแพทย์ จะรับเฉพาะผู้ที่จบ ม.6 (สายวิทย์ – คณิต) เท่านั้นค่ะ

เตรียมพร้อมรับตรง Admission

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย มี 2 แบบ คือ รับตรง ซึ่งเป็นการเปิดสอบของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ใครอยากเรียนที่ไหนก็ไปสอบที่มหาวิทยาลัยนั้นเลย และ Admission ซึ่งเป็นการสอบระบบกลาง น้องๆ สามารถเลือกคณะและมหาวิทยาลัยได้ 4 อันดับค่ะ

สัดส่วนของคะแนนที่จะต้องใช้ คือ

  1. GPAX: เกรดเฉลี่ยสะสมในแต่ละเทอม 20%

  2. O-NET: การทดสอบเพื่อวัดความรู้ในวิชาพื้นฐาน 30%

  3. GAT: การทสอบวิชาความถนัดทั่วไป: ความสามารถในการอ่านเขียน คิดวิเคราะห์ การแก้โจทย์ และความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ (GAT PAT 50%)

  4. PAT: การทดสอบวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ เพื่อดูว่าน้องๆ มีแววจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพในคณะที่เลือกหรือไม่ แบ่งเป็น 7 ประเภทวิชา (เลือกสอบเฉพาะบางประเภทวิชาได้)

    1. PAT 1: คณิตศาสตร์ สำหรับสอบเข้าคณะบัญชี บริหาร การจัดการการโรงแรม
    2. PAT 2: วิทยาศาสตร์ สำหรับสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์
    3. PAT 3: วิชาเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์
    4. PAT 4: สถาปัตยกรรมศาสตร์ สำหรับสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
    5. PAT 5: วิชาเฉพาะครู สำหรับสอบเข้าคณะศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์
    6. PAT 6: ศิลปกรรมศาสตร์ สำหรับสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์
    7. PAT 7: วิชาทางด้านภาษาต่างประเทศ
  5. V-NET: การทดสอบทงการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (เป็นการทดสอบสำหรับน้องๆ สายอาชีพเท่านั้นหากน้องๆ วางแผนจะไม่สอบด้วยระบบ Admission ไม่จำเป็นต้องสอบ O-NET ก็ได้นะคะ แต่ GAT PAT เป็นการสอบที่สำคัญมากไม่ว่าจะเลือกสอบแบบรับตรงหรือ Admission ต้องสอบ GAT PAT ด้วยกันทั้งนั้น

ทราบแบบนี้แล้วน้องๆ ปวช. ที่อยากจะสอบเรียนต่อปริญญาตรีควรจะประเมินความเป็นไปได้ วางแผนการเรียนเพิ่มเติม และจัดตารางเวลาในการอ่านหนังสือให้มากกว่าน้องๆ สายสามัญนะคะ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปก่อน เพราะมีคนที่จบ ปวช.แล้วสามารถสอบเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี เพียงแต่จะต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ว่าจะเดินทงนี้จริงๆ หาข้อมูลให้เยอะๆ ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร และสำคัญที่สุด คือ มู่งมั่น ตั้งใจ และพยายามค่ะ

อาชีพที่มีแนวโน้มน่าสนใจ

ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอาชีพปี 2558 – 2562 โดยกองวิจัยตลาดแรงงาน พบว่า แนวโน้มอาชีพในกลุ่มงานบริหการ งานขายมีความต้องการเพิ่มขึ้นมากที่สุด เนื่องจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่จะดึงดูดให้การท่องเที่ยวและการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยีงมีกลุ่มอาชีพทางด้าน IT และโทรคมนาคม วิศวกร การบัญชี การเงินและการธนาคาร รวมทั้งการขนส่งโลจิสติกส์ ที่มีแนวโน้มเติบโตและขยายตัวในตลาดแรงงาน น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับน้องๆ ที่สนใจหรือกำลังเรียนสายอาชีพสาขาต่างๆ เหล่านี้

เรียนไปทำงานไปกับการเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

สำหรับน้องๆ ที่วางแผนเรียนต่อในระดับ ปวส. ปัจจุบันมีการเรียนในระบบทวิภาคี หรือที่อธิบายง่ายๆ ว่า เป็นนักเรียนในสถาบันการศึกษาพร้อมๆ กับเป็นพนักงานของสถานประกอบการซึ่งกำลังเป้นสิ่งที่น่าจับตามองเพราะนอกจากจะได้ทำงานมีเบี้ยเลี้ยงแล้ว ระบบทวิภาคีนี้จะทำให้น้องๆ มีโอกาสฝึกฝนพัฒนาทักษะของตนเอง ฝึกตนเองให้มีคุณลักษณะที่ดีและเป็นคุณสมบัติที่สถานประกอบการต้องการ เช่น มีความชำนาญในวิชาชีพ มีความอดทน ตรงต่อเวลา และมีความเข้าใจระบบของการทำงาน ซึ่งสิ่งนี้จะมอบโอกาสในการพัฒนาฝีมือของน้องๆ มากกว่าการฝึกงาน และเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าทางวิชาชีพค่ะ