Site icon มูลนิธิยุวพัฒน์

เรื่องเล่า “วันปิดเทอม” ของ 2 นักเรียนทุน ที่เชื่อว่า “งานพิเศษ” คือ “ประสบการณ์” ล้ำค่า

เข้าสู่ช่วงปิดเทอมกันแล้ว หลายคนคงตั้งตารอ เริ่มคิดแล้วว่าช่วงเวลานี้จะทำอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ จะไปเที่ยว ที่ไหนดี หรือจะพักผ่อนอยู่บ้าน บิดขี้เกียจ นอนตื่นสายได้ แต่มีเด็กสาว 2 คน ที่ใช้ช่วงเวลานี้ “ทำงานพิเศษ” เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวและสะสมไว้เป็น “ทุนการศึกษา” นอกเหนือทุนที่ได้รับจากมูลนิธิยุวพัฒน์ หลังจากที่แต่ละคนโฟกัสกับการเรียนอย่างเต็มที่ในช่วงที่ผ่านมา

ในที่สุดวันปิดเทอมของ “น้องเฟย์” นักเรียนทุนชั้น ม.4 ก็มาถึง…

เธอจะช่วยคุณพ่อ “ต่อปราสาทศพ” ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพิธีงานศพในภาคเหนือ รูปทรงเป็นปราสาทสำหรับรองรับหีบศพในพิธีเผา ว่ากันว่าเป็นการยกย่องผู้ตายให้ได้ขึ้นไปสู่สรวงสรรค์ชั้นฟ้าและมีปราสาทไว้ให้อยู่อาศัย

เธอเล่าว่า…เมื่อมีคนตาย ญาติที่ยังอยู่และมีความเชื่อประเพณีแบบโบราณ ก็มักจะสั่งปราสาทศพไว้ใส่โลงศพให้ผู้ตาย ครอบครัวยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก ด้วยความที่เห็นพ่อกับแม่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา   โดยเฉพาะช่วงที่มีคนเสียชีวิตถี่ๆ  เธอจึงเริ่มช่วยงานตั้งแต่ ป.1 ตอนนั้นรับหน้าที่ตัดกระดาษลวดลายเฉพาะของทางภาคเหนือบนปราสาทศพ กระทั่งปัจจุบันขยับขึ้นมารับหน้าที่เป็น “ช่างปิดกระดาษ” โครงสร้างด้วยกระดาษทากาวลวดลายสีสันต่างๆ ได้ค่าจ้างครั้งละ 100-200 บาท ส่วนปราสาทศพ สนนราคาอยู่ที่หลังละ 2,500 บาท

“หนูอยากช่วยพ่อทำปราสาทศพตั้งแต่อนุบาล 2 แต่แม่ไม่ให้ทำ พอขึ้น ป.1 หนูก็ได้โอกาสทำงานนี้ ที่ผ่านมาการปิดเทอมของหนูช่วยพ่อได้มาก เพราะบางทีมีงานเยอะก็ทำไม่ทัน หนูไม่เคยได้ไปเที่ยวช่วงปิดเทอมเหมือนเพื่อนแต่ก็ไม่เคยน้อยใจค่ะ เพราะชีวิตเราเป็นแบบนี้ หนูต้องทำงานช่วยพ่อแม่ การไปส่งของกับพ่อในจังหวัดใกล้เคียงก็ถือเป็นการได้ไปเที่ยวค่ะ”

เธอเล่าต่อว่า…ช่วงกำลังขึ้น ม.1 กิจการเริ่มไม่ดี ค่าใช้จ่ายภายในบ้านค่อนข้างสูง จึงตัดสินใจขอทุนการศึกษาจากมูลนิธิยุวพัฒน์เพื่อจะได้ช่วยลดภาระของพ่อแม่ ที่สำคัญเธอกลัวว่าจะไม่ได้เรียนหนังสือต่อ

“ช่วงนั้นที่บ้านมีค่าใช้จ่ายเยอะ ปราสาทศพก็ไม่ค่อยมีคนมาจ้างให้ทำ พ่อก็ต้องเอาไปส่งให้ร้านที่รับซื้อแทน หนูก็เลยขอทุนการศึกษา เพราะคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้หนูอาจจะต้องออกจากโรงเรียน”

หนูได้ประสบการณ์จากอาชีพนี้มากๆ ที่สำคัญ คือ มรดกของพ่อที่ให้ไว้ เป็นวิชาความรู้ติดตัวไปตลอดชีวิต นำมาเป็นอาชีพเสริมในอนาคตได้

งานผลิตปราสาทศพเป็นเรื่องของช่างและศิลป์ เพราะกว่าจะได้แต่ละหลังต้องได้รับการถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นอาชีพพิเศษที่คนทั่วไปคงจะทำได้ยาก ความเชื่อเรื่องปราสาทยังไม่หายไปไหน แต่ช่างที่จะสืบทอดก็หายากไปทุกที แต่น้องเฟย์ คือ ผู้โชคดีที่ได้รับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้

“หนูได้ประสบการณ์จากอาชีพนี้มากๆ ที่สำคัญ คือ มรดกของพ่อที่ให้ไว้ เป็นวิชาความรู้ติดตัวไปตลอดชีวิต นำมาเป็นอาชีพเสริมในอนาคตได้”

เช่นเดียวกับ “น้องโยะโกะ” นักเรียนทุนสายอาชีพชั้น ปวช.1

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่ปิดเทอมทีไรจะต้องหางานทำเสมอ หรือเมื่อไหร่ที่ว่างเว้นจากการเรียนก็มักจะเข้าร่วมโครงการสร้างรายได้ของโรงเรียนเป็นประจำ เพราะฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน เงินที่ได้ก็จะเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นทุนการศึกษาในอนาคต

“การปิดเทอม คือ เรื่องปกติค่ะ หนูคิดแต่ว่าจะหางานทำ ไม่ได้คิดว่าพรุ่งนี้จะไปเล่นอะไร เล่นกับใคร หรือจะต้องได้ไปเที่ยวกับครอบครัวเหมือนเด็กคนอื่น เพราะครอบครัวหนูยากจน หนูคิดว่าการได้ทำงานพิเศษช่วงปิดเทอม คือ การได้ช่วยเหลือพ่อแม่และได้เปิดโลกกว้าง เหมือนหนูได้ไปเที่ยว”

เธอบอกว่าในหัวแค่คิดว่าปิดเทอมจะหางานอะไรทำเพื่อให้ได้เงิน และจะมีงานให้ทำไหมเท่านั้น เพราะบางครั้งคำว่า “อายุไม่ถึง” ก็เป็นขีดจำกัด  งานส่วนใหญ่เธอคืองานรับจ้างทั่วไป งานไร่ งานสวน เป็นต้น ได้ค่าแรง 250 บาท ต่อวัน นอกจากนั้นยังหารายได้เสริมระหว่างเรียน ในโครงการของวิทยาลัยเสมอ รายได้ชั่วโมงละ 32 บาท

“แม่จะเป็นคนหางานให้ค่ะ แต่ช่วงนี้โควิดงานหายากหน่อย แถมเป็นช่วงฤดูแล้งด้วย นายจ้างส่วนมากจะไม่รับเด็กๆ ค่ะ ถ้าไม่มีงานทำจริงๆ หนูก็จะไปช่วยแม่ทำงานรับจ้างทำความสะอาดในโรงแรม ปัดกวาด เช็ดถู ถึงจะไม่ได้ค่าจ้างแต่ก็ได้ช่วยแม่อีกแรง”

การเผชิญหน้ากับโลกเเห่งความจริง โลกของการทำงาน โลกของผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า ทำให้เด็กคนนี้เข็มเเข็งมากขึ้น ในการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า การวางตัวที่ไม่คุ้นชิน ได้สอนเรื่องราวมากมายให้กับเธอ

งานพิเศษทำให้โลกของหนูกว้างขึ้น ได้ประสบการณ์ ได้ฝึกและพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในหลายๆ ด้าน

“งานพิเศษทำให้โลกของหนูกว้างขึ้น ได้ประสบการณ์ ได้ฝึกและพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในหลายๆ ด้าน เช่น การมีวินัยและความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งฝึกความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจให้สามารถเอาตัวรอดได้ค่ะ”

เธอบอกว่าที่ผ่านมาได้รับโอกาสในชีวิตเสมอ ทั้งโอกาสทางการศึกษาที่คนในสังคมช่วยกันบริจาคเงินให้มูลนิธิยุวพัฒน์นำมาช่วยเหลือเธอและเด็กขาดโอกาสอีกหลายคน รวมทั้งโอกาสจากโรงเรียนที่ให้เธอเป็นตัวแทนให้แสดงความสามารถในกิจกรรมต่างๆ มากมาย

“ปมด้อยในใจไม่มีค่ะ หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองขาดโอกาส เพราะได้รับจากคนรอบข้างเสมอ ทั้งเรื่องการเรียน การงาน และทุนการศึกษา หนูขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือทุนการศึกษา ถ้าไม่มี…หนูก็คงไม่ได้เรียนต่อ”

น้องเฟย์และน้องโยะโกะ คือแบบอย่างการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในช่วงของการปิดเทอม แม้ว่าจะไม่ได้ออกไปเที่ยวพักผ่อนเหมือนใครๆ แต่นี่แหละคือความสุขและความภาคภูมิใจที่ตัวเองได้มีส่วนช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของครอบครัว

ช่วงปิดเทอม คือ โอกาสที่นักเรียนทุนยุวพัฒน์จะได้ทำงานหารายได้เสริม แต่ในปี 2563 ที่ผ่านมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนทำงานรับจ้างรายวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในกรณีของนักเรียนทุนยุวพัฒน์ที่มูลนิธิฯ ได้ทำการสำรวจเมื่อเมษายน 2563 ซึ่งมีจำนวนนักเรียนร่วมตอบสำรวจ 304 คน พบว่า 74.8% ของนักเรียนทุน ไม่สามารถทำงานหารายได้เสริมเหมือนทุกๆ ปี  ทำให้ขาดรายได้ และพลาดโอกาสที่จะเก็บออมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนของตัวเองและเป็นรายได้จุนเจือครอบครัว

ร่วมบริจาคส่งน้องเรียน สร้างเด็กดี

ชื่อบัญชี มูลนิธิยุวพัฒน์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์
095-2-15120-7

(ต้องการใบเสร็จ กรุณาส่งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์มือถือ และสลิปเงินโอนเงินบริจาค มาที่ Line แอดไอดี : @BOS9702T)

บริจาคผ่านปันบุญ QR Code
(e-Donation)

สแกน QR Code ผ่าน Mobile Banking
ชื่อผู้บริจาคและชื่อผู้ลดหย่อนภาษี
จะเป็นชื่อเจ้าของบัญชีที่ชำระเงิน
ด้วย QR Code เท่านั้น

เงินบริจาค 100% ของทุกคนที่สมทบจะนำไปจัดสรรเป็นทุนให้กับนักเรียนที่ขาดโอกาส

ร่วมบริจาคทุนการศึกษาให้โอกาสกับเด็กขาดโอกาส
สอบถามรายละเอียด ได้ที่ 02 301 1437 | 02 301 1022
E mail : ybf@ybf.premier.co.th หรือ Line@ ID : @BOS9702T

เปิดทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น.
(หยุดเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

Exit mobile version