พยาบาล

พยาบาล 2018-03-09T15:19:08+00:00

ให้บริการด้านสุขอนามัยแก่ผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บต่างๆ ตลอดจนดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงสังเกตและบันทึกความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย และรายงานให้แพทย์ทราบถึงอาการผิดปกติของผู้ป่วยที่เกี่ยวกับร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ

ดูแลพยาบาลผู้ป่วย

นอกจากพยาบาลจะดูแลคนไข้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ก็ยังคอยช่วยเหลือแพทย์ด้วย เช่น ฉีดวัคซีน ตรวจวัดชีพจรของผู้ป่วย เตรียมการผ่าตัด ฆ่าเชื้อ เครื่องมือแพทย์ รวมทั้งตรวจ สอบอาการของผู้ป่วยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จําเป็นในการรักษา เช่น ปริมาณปัสสาวะ ความดันโลหิต อุณหภูมิในร่างกาย แล้วแจ้งให้แพทย์ทราบ นอกจากนี้ยังจัดทำสมุดบันทึกประจําตัวผู้ป่วยอีกด้วย

สร้างกําลังใจให้ผู้ป่วย

ภาพผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลนั้นอ่อนแอทั้งกายและใจ พยาบาลจึงต้องพยายามทำให้้ผู้ป่วยเกิดกำลังใจ รวมท้ังคลี่คลายข้อสงสัย และอธิบายขั้นตอนการรักษาให้ผู้ป่วยและครอบครัวฟังอย่างละเอียด ผู้ป่วยมักจะมีโอกาสอยู่กับพยาบาลนานกว่าแพทย์ จึงอาจเล่าความเจ็ดปวดทรมานของตนให้พยาบาลฟัง ซึ่งพยาบาลก็จะรายงานให้แพทย์ทราบเป็นลำดับ

การวัดสัญญาณชีพ

การวัดสัญญาณชีพเป็นงานสำคัญสำหรับพยาบาล สัญญาณชีพตรวจสอบได้ จากการวัดอุณหภูมิร่างกาย ความดันโลหิต ชีพจร และจํานวนครั้งของการหายใจ การวัดทั้ง 4 อย่างนี้จะเป็นข้อมูลให้้แพทย์ทราบ ข้อมูลสุุขภาพของผู้ป่วยเบื้องต้นก่อนจะรักษา

ขั้นตอนการทํางานของพยาบาล

ในโรงพยาบาลจะต้องมีพยาบาลดูแลคนไข้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงต้องมีพยาบาลทั้งผลัดเช้า บ่าย และดึก ซึ่งปกติพยาบาล จะทํางานผลัดละ 8 ชั่วโมง โดยจะต้องแจ้งอาการของคนไข้ในช่วงผลัดของตนเองให้แก่พยาบาลผลัดต่อไปอย่างละเอียด

ผลัดเช้า (08.00-16.00 น.)

พยาบาลผลัดเช้าจะต้องเตรียม ยา หรือฉีดยาให้้ผู้ป่วยตามที่แพทย์สั่ง เตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยที่ต้องเข้าผ่าตัด และแจ้งข้อควรระวังให้้แก่ผู้ป่วย ที่ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วทราบ

ผลัดบ่าย (16.00-24.00 น.)

หากผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการผ่าตัดในวันถัดไป พยาบาลผลัดบ่ายจะต้องแจ้งวิธีเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัด เช่น ให้ชําระล้างร่างกายหรืองดอาหาร เป็นต้น

ผลัดดึก (24.00-08.00 น.)

ในช่วงที่ผู้ป่วยนอนหลับ พยาบาลผลัดดึกจะต้องคอยวัดอุณหภูมิหรือฉีดยาผู้ป่วยตามเวลา หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ พร้อมทั้งจัดการเหตุฉุกเฉินร่วมกัน

ความสามารถในการตัดสินใจเป็นสิ่งจําเป็น

พยาบาลต้องเป็นผู้ที่เอาใจใส่ผู้ป่วยเป็นอย่างดี เสมือนเป็นนางฟ้าชุดขาว เพราะมีจิตวิญญาณในการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น พยาบาลจะต้องมีความสามารถในการตัดสินใจและมีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ได้อย่างชํานาญด้วย

สถานที่ต่างๆ ที่พยาบาลทํางาน

ส่วนใหญ่พยาบาลจะทํางานอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง ของรัฐและเอกชน รวมท้ังสถานีอนามัย คลินิก และศูนย์การ พยาบาลต่างๆ นอกจากพยาบาลจะทำงานอยู่ในสถานพยาบาลแล้ว ก็ยังทํางานอยู่ในสถานที่อื่นๆ สถานศึกษา บ้านพักคนชรา โรงงาน สถานประกอบการต่างๆ เป็นต้น และพยาบาลบางคนก็รับดูแล เฝ้าไข้ตามบ้าน

อยากเป็นพยาบาล ต้องเรียนอะไร?

ต้องเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยพยาบาล ซึ่งแบ่งออกเป็น หลายสาขาวิชา เช่น การพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ การพยาบาลอายุรศาสตร์ การพยาบาลศัลยศาสตร์ หลังสําเร็จการศึกษาสามารถเรียนต่อในหลักสูตร การพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อให้มีความรู้ความชำนาญในการพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งมีหลายสาขา เช่น การพยาบาลผู้สูงอายุ การพยาบาล ผู้ป่วย มะเร็ง การพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง เป็นต้น

พยาบาลอาชีพที่ไม่ง่าย

พยาบาลมีโอกาสติดเชื้อจากผู้ป่วย จึงต้องดูแลสุขอนามัยของตนเองเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังต้องทำงานที่สกปรกเลอะเทอะ เช่น เช็ดเลือด น้ำหนอง อาเจียนของผู้ป่วย รวมทั้งเก็บขยะจากการรักษา เช่น สำลี เข็มฉีดยา มีดผ่าตัด เป็นต้น และอาจต้องทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุดอยู่บ่อยครั้ง แต่พยาบาลก็เป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจ เพราะเสียสละเพื่อให้บริการแก่สังคม

คําปฏิญาณไนติงเกล

ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ได้รับการขนานนามว่า สุภาพสตรี แห่งดวงประทีป เนื่องจากได้อุทิศชีวิตเพื่อการพยาบาล โดยอาสาเป็นหน่วยพยาบาลช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคืน ไนติงเกล จะถือตะเกียงเดินเยี่ยมและดูแลผู้ป่วย แสงของตะเกียงจึงเป็นดั่งดวงประทีปที่ช่วยขับไล่ความ ทุกข์ทรมานให้แก่ผู้เจ็บป่วย นักศึกษา พยาบาลทุกคนจะต้องเข้าพิธีรับตะเกียงไนติงเกล กล่าวคําปฏิญาณตนและร้องเพลงมาร์ชพยาบาล